วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

nod32

nod.32




โปรแกรมป้องกันไวรัส หรือ แอนติไวรัส (อังกฤษantivirus software) เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อคอยตรวจจับ ป้องกัน และกำจัดโปรแกรมคุกคามทางคอมพิวเตอ ร์หรือมัลแวร์ ซึ่งหมายถึง ไวรัส เวิร์ม โทรจันสปายแวร์ แอดแวร์ และซอฟต์แวร์คุกคามประเภทอื่นๆ
โปรแกรมป้องกันไวรัสมี 2 แบบหลักๆ คือ
  1. แอนติไวรัส (Anti-Virus) เป็นโปรแกรมโปรแกรมป้องกันไวรัสทั่วๆไป จะค้นหาและทำลายไวรัสในคอมพิวเตอร์ของเรา
  2. แอนติสปายแวร์ (Anti-Spyware) เป็นโปรแกรมป้องกันการโจรกรรมข้อมูล จากไวรัสสปายแวร์ และจากแฮ็กเกอร์ รวมถึงการกำจัด Adsware ซึ่งเป็นป๊อปอัพโฆษณาอีกด้วย
โปรแกรมป้องกันไวรัสจะค้นหาและทำลายไวรัสที่ไฟล์โดยตรง แต่ในทุกๆวันจะมีไวรัสชนิดใหม่เกิดขึ้นมาเสมอ ทำให้เราต้องอัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสตลอดเวลาเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราปลอดภัย โดยแอนติไวรัสจะมีหลายรูปแบบตามบริษัทกันไปและแต่ละบริษัทจะมีการอัปเดตและการป้องกันไม่เหมือนกัน แต่ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวไม่ควรมีแอนติไวรัส 2 โปรแกรมเพราะจะทำให้โปรแกรมขัดแย้งกันเองจนไม่สามารถใช้งานได้

วิธีการที่ใช้ในการตรวจหาไวรัส

โปรแกรมป้องกันไวรัสมีวิธีค้นหาไวรัสอยู่หลายวิธีดังนี้
ตรวจสอบ Virus signature
ไวรัสซิกเนเจอร์ คือ สัญลักษณ์ของไวรัส ซึ่งไวรัสแต่ละตัว จะมี สัญลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป เปรียบเหมือนลายเซ็นของคนทั่วไป ที่ล้วนแตกต่างกันออกไป โดยหลักการทำงาน นั้น โปรแกรมป้องกันไวรัส จะมีการตรวจสอบไฟล์ว่ามีรหัสเหมือนกับไวรัสซิกเนเจอร์หรือไม่ ซึ่งหากใช่นั้นหมายถึงว่า ไฟล์ตัวนั้นคือไวรัส
โปรแกรมป้องกันไวรัส จึงควรต้องหมั่นอัปเดตอยู่เป็นประจำ เพื่อให้การป้องกันไวรัส เป็นไปได้อย่างทั่วถึง
วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย ในปัจจุบัน
ตรวจสอบ คอมเปลี่ยนแปลงของข้อมูล
เป็นการตรวจหาค่าพิเศษที่เรียกว่า Checksum ของไฟล์ ซึ่งถ้าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวไฟล์ ซึ่งอาจเกิดจากไวรัส ค่านี้ก็จะเปลี่ยนแปลง ข้อดีคือ จะตรวจจับไวรัสชนิคใหม่ๆได้ ปัญหาคือต้องแน่ใจว่าตัวเครื่องนั้น ไม่มีการติดเชื้อ
ตรวจสอบการกระทำแปลกปลอม
คอยตรวจสอบการกระทำที่แปลกปลอม จากไวรัสต่างๆ
อาทิเช่น พยายามทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขข้อมูลระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามจดตัวเองในระบบรูต พยายามดาวน์โหลด และ อัปโหลดข้อมูล และไฟล์ต่างๆ
ตรวจสอบการกระทำ
เป็นวิธีตรวจจับไวรัสโดยสร้าง Virual machine ที่จุดอ่อนด้านความปลอดภัยจำนวนมาก เมื่อมีการรันโปรแกรมขึ้นมา ตัวโปรแกรมตรวจจับไวรัสจะตรวจสอบการกระทำหากมีการกระทำที่อาจเป็นอันตรายเช่น พยายามเขียนข้อมูลลงบนบูตเซกเตอร์ก็จะแจ้งไปยังผู้ใช้ หากว่าสิ่งที่ผู้ใช้กำลังทำไม่เกี่ยวกับสิ่งที่แจ้ง เช่นกำลังเล่นเกมอยู่แต่มีความพยายามเขียนข้อมูลลงบูตเซกเตอร์ ก็สามารถหยุดการทำงานนั้นลงได้

[แก้]ปัญหาที่เกิดขึ้น

ไม่ตรวจพบไวรัส
กรณีนี้มักเกิดขึ้นเมื่อไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เข้าโจมตีคอมพิวเตอร์ เป็นไวรัสที่ใหม่และไม่มีข้อมูลใน Virus signature หรือไวรัสนั้นเป็นไวรัสที่มีความสามารถในการซ่อนตัว
ตรวจพบไวรัสทั้งๆที่ไฟล์ดังกล่าวไม่มีการติดเชื้อ
กรณีนี้เกิดขึ้นได้ หากว่า Virus signature มีขนาดเล็กเกินไป ทำให้โปรแกรมป้องกันไวรัสเข้าใจผิดว่าไฟล์ปกติมีการติดเชื้อ
โปรแกรมป้องกันไวรัสไม่ทำงาน
ในกรณีที่ไวรัสมีความสามารถเหนือกว่าโปรแกรมป้องกัน ไวรัสอาจทำการลบเอนจินของโปรแกรมป้องกันไวรัสได้ ทำให้โปรแกรมไม่ทำงาน


1 . nod32 V4

ตั้งค่า Nod 32 V4.ให้แข็งแรงชั้นเทพและฆ่าไวรัสเองอัตโนมัติ

ตั้งค่า Nod32 V.4(Antivius อันดับ 5 ของโลก)ให้แข็งแรงขั้นเทพและลบไวรัสเองอัตโนมัติครับ ทำตามภาพเลยครับ การตั้งค่า Nod32 V.4 ให้แข็งแรงขั้นเทพครับ





3การดาวโหลด  .ติดตั้ง  ใช้งาน และอัพเดท

ระบบสแกน (ตามคำขอ) ของ NOD32 ทำหน้าที่สแกนเป้าหมายที่ต้องการตามคำขอของผู้ใช้ ปุ่มด้านล่างของหน้าต่างระบบสแกนของ NOD32 ( ตามคำขอ) มีคุณสมบัติการใช้งานดังนี้ 

- ปุ่ม Scan ( สแกน) 
ปุ่มนี้จะสแกนเป้าหมายทั้งหมดที่เลือกไว้ หากเลือกปุ่มนี้ระบบจะแทนที่หน้าต่าง เป้าหมายที่สแกน ด้วย บันทึกการสแกน(Scanning log) เพื่อแสดงผลการสแกน นอกจากนี ้ยังสามารถใช้ปุ่ม “Stop” เพื่อหยุดการสแกน หากระบบพบไฟล์ที่ติดไวรัสหรือไฟล์ที่มีแนวโน้มว่าจะติดไวรัสในระหว่างการส แกน ระบบจะจัดเก็บข้อมูลไว้ในไฟล์บันทึกการทำงานโดยจะปรากฏเป็นสีแดง การกำจัดไวรัสในไฟล์ สามารถทำได้โดยใช้ตัวเลือก “Clean” โปรดอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลือกที่ด้านล่าง หรือคลิกขวาที่รายการบันทึกที่มีไฟล์ติดไวรัส จากนั้นเลือกคำสั่ง “Clean” 

- ปุ่ม Clean ( กำจัดไวรัส) 
ปุ่ม “Clean” จะเริ่มสแกนเป้าหมายทั้งหมดที่เลือกไว้พร้อมไปกับการกำจัดไวรัสในเป้าหมายเหล่า 
นั้น การหยุดการดำเนินการนี้ทำได้โดยคลิกที่ปุ่ม “Stop” ขณะสแกนในกรณีที่ระบบพบไวรัส โปรแกรมจะทำงานตามที่ได้กำหนดไว้ในแท็บ “Actions” 
- ปุ่ม Quit ( ออก) 
ปุ่มนี้ใช้เพื่อออกจากระบบสแกนตามคำขอ ในกรณีที่มีการแก้ไขโปรไฟล์ในขณะประมวลผลโปรแกรมจะแสดงข้อความแจ้งให้ผู้ใช้ จัดเก็บการแก้ไขที่ทำไว้ 
- ปุ่ม Help ( วิธีใช้) 
การเลือกปุ่มนี้จะเป็นการใช้งานระบบช่วยเหลือแบบออนไลน์ หรือทำได้โดยกดปุ่ม F1 

ส่วนล่างซ้ายของหน้าต่างนี้ จะแสดงข้อมูลเวอร์ชันฐานข้อมูลที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง ( เช่น 1.560) ตามด้วยวันที่ที่ผู้พัฒนารีลีสระบบนี้ปรากฏอยู่ในวงเล็บ เช่น (20020621) โดยอยู่ในรูปแบบ YYYYMMDD ตามด้วยเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ 

หน้าต่างระบบสแกนของ NOD32 ( ตามคำขอ) ประกอบด้วยแท็บ 5 แท็บ ดังต่อไปนี้ 

- Scanning targets ( เป้าหมายที่สแกน) 
- Scanning Log ( บันทึกการสแกน) 
- Actions ( การดำเนินการ) 
- Setup ( การตั้งค่า) 
- Profiles ( โปรไฟล์) 


1. Scanning targets( เป้าหมายที่สแกน) 
แถบนี้จะแสดงตัวเลือกที่จะให้เลือกสแกนเป้าหมาย ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มคือ ส่วนบนสำหรับการเลือกไดร์ฟ และส่วนล่างสำหรับไฟล์และไดเร็กทอรี 

- Disks ( ดิสก์) 
ในการเลือกไดร์ฟเป้าหมาย ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนไดร์ฟ หากต้องการยกเลือกการเลือก ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนไดร์ฟที่เลือกไว้ หากต้องการเลือกไดร์ฟทั้งหมดในรายการ ให้คลิกที่ปุ่ม “Select all” แต่ถ้าต้อการยกเลิกไดร์ฟที่เลือกทั้งหมดจากรายการให้คลิกที่ปุ่ม “Deselect all”

- Directories and files ( ไฟล์ และไดเร็กทอรี) 
หากต้องการเพิ่มหรือลบไฟล์ และไดเร็กทอรีจากรายการของการสแกนเป้าหมาย ให้คลิกที่ปุ่ม “Add” และ “Delete” ตามที่ต้องการ ก่อนที่จะทำการ ลบอ็อบเจ็กต์ ท่านต้องเลื่อนแถบสีมาที่อ็อบเจ็กต์นั้นก่อน การคลิกที่ปุ่ม “Add” จะเปิดหน้าต่างโต้ตอบใหม่ที่มีตัวเลือกดังต่อไปนี้ “OK”, “Cancel”, “Directory…” และ “File…” หากต้องการเลือกไฟล์ หรือไดเร็กทอรี ให้คลิกที่ปุ่มที่เกี่ยวข้อง

2. Scanning Log ( บันทึกการสแกน) 
บันทึกการสแกนจะปรากฏขึ้นหลังจากระบบสแกนตามคำขอทำงาน ข้อมูลต่างๆ ในการสแกนแต่ละครั้งจะบรรจุอยู่ในบันทึกการสแกน 

บันทึกการสแกนแต่ละรายการ ประกอบด้วยข้อมูลเวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่ในระบบสแกน ดังต่อไปนี้ 

วันที่และเวลาในการสแกน 
รายชื่อของไฟล์ที่ติดไวรัส (แสดงเป็นตัวหนังสือสีแดง) 
ไฟล์ที่สแกนไม่ได้ เนื่องจากพบข้อผิดพลาดบางอย่าง ( แสดงเป็นตัวหนังสือสีน้ำเงิน) 

- สถานะการหยุดทำงาน 
- จำนวนไฟล์ที่สแกน 
- จำนวนไวรัสที่พบ 
- เวลาที่หยุดทำงาน 
- เวลาการสแกนรวม 

ในส่วนของหมายเหตุจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่อาจพบได้ในระหว่างการสแกน 

นอกจากไฟล์บันทึกการทำงานแล้ว ท่านยังสามารถใช้งานระบบการจัดการบันทึกการทำงาน และใช้ไฟล์บันทึกการทำงานของระบบสแกน NOD32 ได้ใน NOD32 Control Center โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลการบันทึกอื่นๆ ที่จัดทำโดย NOD32 Control Center ได้ที่ “Logs” 

หากต้องการลบการบันทึก ให้คลิกขวาในหน้าต่างบันทึก แล้วเลือกลบบันทึก การคลิกขวาที่ไฟล์ ที่ติดไวรัสจะทำให้ระบบลบไฟล์ในเมนูป๊อบอัพในทันที ( ในกรณีที่สามารถกำจัดไวรัสได้) 

3. Actions ( การดำเนินการ) 
ในแท็บ Actions นี้ใช้สำหรับการตั้งค่าในกรณีที่โปรแกรมตรวจพบไวรัส ว่าจะให้โปรแกรมดำเนินการอย่างไร เช่น จะให้โปรแกรมทำการลบไฟล์ที่ติดไวรัสทิ้งเสีย หรือจะให้โปรแกรมแจ้งเตือนผู้ใช้ก่อนว่าได้ตรวจพบไวรัส 

สำหรับตัวเลือกด้านล่างนี้ คือหัวข้อว่าถ้าพบไวรัสในส่วนต่างๆ เหล่านี้ จะให้โปรแกรมดำเนินการอย่างไร 

Files ( ไฟล์) 
Boot sector ( บู๊ตเซ็กเตอร์) 
Operating memory ( หน่วยความจำ) 


การดำเนินการที่กระทำได้ มีดังนี้ 

clean ( กำจัดไวรัส) 
notify/offer action (defaut) ( แจ้งเตือน/เสนอการดำเนินการ ( ค่าเริ่มต้น)) 
no action ( ไม่ดำเนินการใดๆ) 
rename ( เปลี่ยนชื่อ) 
delete ( ลบ) 
replace - (for boot sectors only) ( แทนที่ - ( สำหรับบู๊ตเซ็กเตอร์เท่านั้น)) 

หากต้องการบันทึกสำเนาของไฟลที์ติดไวรัส ซึ่งมีการเข้ารหัสไว้ลงในโฟลเดอร์ “Quarantine” ให้ทำเครื่องหมายในช่อง “Quarantine” 

หากการดำเนินการที่เลือกต่างจากค่าเริ่มต้น ข้อความแจ้งเตือนจะปรากฏทางด้านล่างของหน้าต่าง หากต้องการกลับไปใช้ค่าเริ่มต้น สำหรับทุกอ็อบเจ็กต์ ให้คลิกที่ปุ่ม “Default” 

ตัวอย่าง 

หากเลือกที่ปุ่มตัวเลือก “delete” และทำเครื่องหมายช่อง “Quarantine” ระบบจะเข้ารหัสไฟล์แล้วย้ายเข้าสู่โฟลเดอร์กักเก็บก่อนลบไฟล์ต้นฉบับ 

หากเลือกที่ “clean” แต่ไม่สามารถกำจัดได้ NOD32 จะดำเนินการตามที่เลือกไว้ทางด้านขวาของแท็บ( Uncleanable viruses) เป็นอันดับต่อไป 

4. Setup ( การตั้งค่า) 
ในแท็บ Setup นี้ใช้สำหรับตั้งค่าต่างๆ ดังนี้ 

- Objects to diagnose ( อ็อบเจ็กต์ที่จะวิเคราะห์) 
ชุดอ็อบเจ็กต์ที่จะวิเคราะห์ เป็นชุดย่อยของเป้าหมายที่สแกน อย่างเช่น หากท่านเลือกไดรฟ์ C: เป็นเป้าหมายที่จะทำการสแกน ระบบจะไม่สแกน ไฟล์บีบอัดหากไม่ได้ทำเครื่องหมายที่ช่อง " Archives" ไว้ หากใช้โปรไฟล์ที่เป็นค่าเริ่มต้น ระบบจะสแกนไฟล์ ( Files), บู๊ตเซ็กเตอร์ ( Boot sectors) และหน่วยความจำ ( Operating memory) นอกจากนี้ยังสามารถเลือก Runtime packers, ไฟล์บีบอัด ( Archives) และไฟล์อีเมล์ได้ ( Email files) 

- Diagnostic methods( วิธีการสแกน) 
วิธีการสแกนเป็นคุณสมบัติหลักของระบบป้องกันไวรัส NOD32 ทั้งนี้แนะนำให้เลือกวิธีสแกนทั้งฐานข้อมูลไวรัส( Virus signatures) และกลไก Heuristics การปิดการใช้ งานตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งจะลดความสามารถในการตรวจจับไวรัส 
ฐานข้อมูลไวรัส คือ ฐานข้อมูลซึ่งระบบอัพเดตแบบอัตโนมัติทำหน้าที่อัพเดตไฟล์ 
กลไก Heuristics คือระบบตรวจจับไฟล์ที่ติดไวรัส โดยไม่เปรียบเทียบไฟล์ที่ตรวจจับได้กับ 
ฐานข้อมูลไวรัส

- System ( ระบบ) 
กลุ่ม " System" ประกอบด้วยการตั้งค่าคุณสมบัติ 3 คุณสมบัติ ดังนี้ 
List all files( แสดงทุกไฟล์) - หากท่านทำเครื่องหมายที่ช่อง "List all files ์" จะมีผลต่อไฟล์ " Scanning Log" เพราะว่าไฟล์บันทึกการทำงานจะแสดง ไฟล์ทั้งหมดที่สแกนแล้ว รวมถึงไฟล์ที่ไม่ได้ติดไวรัส ท่านอาจไม่เลือกตัวเลือกนี้เพื่อลดการเพิ่มของขนาดไฟล์บันทึกการทำงาน

Sound alert (สัญญาณเสียง) - จะส่งเสียงแจ้งเตือนหากระบบตรวจพบไฟล์ที่ติดไวรัส 
Use MAPI interface (ใช้ MAPI interface) - การใช้ MAPI interface จะช่วยให้ท่านเข้าดูอีเมล์ของ MS Outlook? ได้ 
- Heuristics sensitivity (การตรวจจับด้วยกลไก Heuristics) 
กลไก Heuristics เป็นเครื่องมือที่ดีเลิศในการตรวจจับไวรัสที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก โดยแนะนำให้ตั้งค่าพารามิเตอร์เป็น “Standard (มาตรฐาน)” ตัวเลือกที่ใช้ได้ คือ 

Safe (แบบปลอดภัย) 
Standard - default (Recommended) (มาตรฐาน - ค่าเริ่มต้น (แนะนำให้ใช้ค่านี้)) 
Deep (แบบลึก) 

-Scanning Log ( บันทึกการสแกน) 
บันทึกการสแกน คือไฟล์ (ตามค่าเริ่มต้น คือ nod32.log) ที่ตั้งอยู่ในไดเร็กทอรีการติดตั้ง NOD32 ท่านสามารถระบุชื่อเฉพาะในแท็บ “Setup” นอกเสียจากว่าปิดการใช้งานบันทึกในแท็บ “Setup” ระบบจะจัดเก็บไฟล์นี้ไว้และสามารถนำมาใช้งานได้แม้ว่าจะออกจากโปรแกรม NOD32 แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถระบุขนาดใหญ่สุดของไฟล์ได้ที่นี่ โดยใช้ตัวเลือกดังต่อไปนี้ 
Wrap Log จะช่วยให้การพิมพ์ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะจะคงความกว้างของ หน้าจอไฟล์ได้อย่างเหมาะสม 
Append ระบบจะเก็บไฟล์เดิมไว้แม้จะเพิ่มไฟล์ใหม่ 
Overwrite ไฟล์ใหม่จะทับไฟล์เดิม 
ส่วนปุ่ม “Extensions” จะเป็นการใช้งานหน้าต่าง “Extensions editor” ส่วนปุ่ม “Advanced” จะเป็นการเปิดหน้าต่าง การตั้งค่าชั้นสูง 

5. Profile 
แท็บ “Profile” ใช้สำหรับสร้างหรือเลือกชุดพารามิเตอร์ที่ใช้ในการสแกน ชุดพารามิเตอร์ที่ผู้ใช้กำหนดเองดังกล่าวเรียกว่าโปรไฟล์ ชุดพารามิเตอร์ สำหรับค่ากำหนดทั้งหมดในแท็บต่างๆ ของ NOD32 สามารถเก็บไว้ในโปรไฟล์ หากต้องการบันทึกพารามิเตอร์ที่แก้ไข ให้คลิกที่ปุ่ม “save” 

หน้าต่างโปรไฟล์จะแสดงตัวเลือกโปรไฟล์ที่มีอยู่หรือการสร้างโปรไฟล์ใหม่ หากต้องการสร้างโปรไฟล์ใหม่ ให้คลิกที่ “create” เพื่อป้อนชื่อลงในกรอบโต้ตอบ 

หากต้องการกำหนดรหัสผ่านเพื่อป้องกันโปรไฟล์และค่ากำหนดทั้งหมด ให้ทำเครื่องหมายในช่องรหัสผ่าน แล้วกลับสู่ NOD32 Control Center เพื่อกำหนด รหัสผ่าน โปรไฟล์ทั้งหมดที่เลือกปกป้องด้วยรหัสผ่านจะใช้รหัสผ่านเดียวกัน โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกหรือแก้ไขรหัสผ่านได้ในหัวข้อ รหัสผ่าน NOD32 Control Center 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการข้อความแจ้งเตือนที่ใช้ได้ หลังคลิกที่ปุ่ม “Advanced” โปรดดูใน การตั้งค่า Advanced ส่วนการกำหนดให้โปรไฟล์ที่ใช้งานอยู่เป็นค่าเริ่มต้น ให้คลิกที่ปุ่ม “Default”




ดาวโหลด การอัพเดท ติดตั้ง ใช้งาน  



1. เปิดหน้า nod32 คลิ๊กที่ Setup

2. หัวข้อ Setup เลือกไปที่ Enter Entire Advanced Setup Tree..

3. ที่เมนูด้านซ้าย เลือกไปที่ Update 
4. ตรงส่วนของ Username และ Password ไม่ต้องใส่ปล่อยว่างเอาไว้
จากนั้น
คลิ๊กที่ Edit




5. สำหรับผู้ที่จะทำการ Update แบบ Online ให้กรอก 
http://www.jkdramas.com/nodup/eset_v3_upd

สำหรับผู้ที่จะ
 Update แบบ Offline ให้ใส่ path ของที่เก็บไฟล์ Offline เอาไว้
หากเก็บไว้ที่
 
c:\update_Nod_V3 ให้กรอก c:\update_Nod_V3 ลงไป
6. กด OK




7. ที่ Update Server ปรับเลือกเป็น รายการที่ทำการเพิ่มไป หาก update Online ปรับเลือกเป็นhttp://www.jkdramas.com/nodup/eset_v3_upd
หาก update แบบ offline ปรับเลือกเป็น 
path ที่ตั้งไว้ ส่วนของ Username และ Password ไม่ต้องใส่ปล่อยว่างเอาไว้
8. เสร็จแล้วกด
 OK






9กดที่ Update Virus Signature database

10. โปรแกรมจะทำการ update ให้เองอัตโนมัติจนเสร็จ

การสแกน

  • การสแกน ( scanning )

    โปรแกรม nod32 ประกอบด้วยโมดูลในการตรวจจับและป้องกันต่าง ๆ

    AMON เป็นโมดูลไว้สำหรับตรวจจับไฟล์ที่กำลังถูกใช้งานอยู่, เปิด, ปิด, หรือ สร้างใหม่บน Harddisk
DMON เป็นโมดูลไว้สำหรับตรวจจับไฟล์ของไมโครซอฟท์ออฟฟิคเท่านั้น เช่น Microsoft word, Excel,Powerpoint
EMON เป็นโมดูลไว้สำหรับตรวจจับอีเมล์ทางไมโครซอฟท์เอาท์ลุค เท่านั้น
IMON เป็นโมดูลไว้สำหรับตรวจจับไฟล์ทางอินเตอร์เน็ตและอีเมล์ผ่าน POP3
NOD32 เป็นโมดูลไว้สำหรับใช้สั่งสแกนเครื่อง
Update โมดูล Update มีไว้เพื่อการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสรวมถึงส่วนประกอบของโปรแกรมมีเวอร์ชั่นใหม่ออกมา เครื่องของท่านก็จะได้รับการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นใหม่ไปด้วย ค่าในการอัพเดทจะถูกตั้งไว้แบบอัติโนมัติอยู่แล้ว คือ ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมง และหากต้องการที่จะทำการอัพเดทในขณะนั้น ให้ท่านกดไปที่ Update > Update และกดที่ปุ่ม "Update Now" ทางหน้าต่างด้านขวามือ
Logs Event Log เก็บ log เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น Threat Log เก็บ log ไวรัสที่ nod32 ตรวจจับได้ Nod32 Scanner log เก็บ log ของการสั่ง scan เครื่อง (On scan Demand log)



4.โปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ 


    ขณะใช้งานอินเทอร์เน็ต มักมีโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์แฝงมากับข้อมูลที่อยู่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โปรแกรมลักษณะนี้เรียกว่า มัลแวร์( malware ) เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลาย หรือ รบกวนระบบคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งออกได้หลายชนิด เช่น 

    ไวรัส ( virus ) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานและอาจร้ายแรงถึงขั้นทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้เสียหายทั้งระบบ โดยจะทำการแนบโปรแกรมแปลกปลอมเข้าไปกับโปรแกรมอื่น แล้วแพร่กระจายตัวเองจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ โดยผ่านสื่อบันทึกข้อมูล เช่น แผ่นบันทึก แฟลชไดรฟ์ หรือผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 

    เวิร์ม ( worm ) หรือหนอนคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมแปลกปลอมที่สามารถคัดลอกตัวเองแล้วส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทันที โดยอาศัยการเจาะผ่านช่องโหว่ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการป้องกันที่ดีพอ โดยจะเข้าไปกีดขวางการทำงานของระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ช้าลง หรือ หยุดทำงาน 

    ม้าโทรจัน ( trojan horse ) เป็นโปรแกรมแปลกปลอมที่ผ่านเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการแอบแฝงตัวเองว่าเป็นโปรแกรมอื่น เช่น การหลอกให้ผู้ใช้เข้าใจว่าเป็นโปรแกรมเกม หรือ โปรแกรมสกรีนเซิร์ฟเวอร์ ที่ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดฟรีจากอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ใช้งานดาวน์โหลดโปรแกรมนี้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว อาจจะมีไวรัสซึ่งติดมากับม้าโทรจันนี้เข้าไปทำความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ได้ 

    สปายแวร์ ( spyware ) เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้คอยติดตาม บันทึกข้อมูลส่วนบุคคล รายงานข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนบนอินเทอร์เน็ต หรือ ทำการเปลี่ยนการตั้งค่าของโปรแกรมเบราว์เซอร์ใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดความรำคาญ และ ทำให้ประสิทธิภาพให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ช้าลง เช่น คีย์ล๊อคเกอร์ ( key-logger) เป็นสปายแวร์ประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลการกดแป้นคีย์บอร์ดของผู้ใช้ ข้อมูลที่จัดเก็บจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ได้ 

    แอดแวร์ ( adware ) เป็นโปรแกรมแอบแฝงที่เมื่อโปรแกรมได้รับการดาวน์โหลดหรือมีการติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว จะแสดงหน้าต่าง ป๊อปอัพ ( pop – up ) ที่มีการโฆษณาสินค้าออกมาเป็นระยะๆ โดยอัตโนมัติ 

    สแปม ( spam ) เป็นการใช้ระบบส่งอีเมลในการส่งข้อความที่ไม่พึงประสงค์ ให้กับผู้ใช้เป็นจำนวนมาก สแปมที่พบบ่อย คือการส่งข้อความโฆษณาขายสินค้า บริการ ท่องเที่ยว ชักชวนประกอบอาชีพที่มีรายได้สูง ผ่านระบบอีเมลที่เรียกว่า เมลขยะ ( junk mail ) นอกจากนี้อาจมีการส่งผ่านสื่ออื่น เช่น การส่งสารทันที โทรศัพท์เคลื่อนที่ เกมออนไลน์ โปรแกรมค้นหา บล็อก หรือ วิกิ ซึ่งส่งผลให้เกิดการรบกวนการใช้สื่อสารเหล่านั้น





อ้างอิง
 http://jkdramas.com/nodup/eset_v3_upd/https://sites.google.com/site/kruyutsbw/5-4-porkaerm-thi-mi-phung-prasngkhhttp://www.dpu.ac.th/compcntre/page.php?id=2242http://jkdramas.com/nodup/eset_v3_upd/https://sites.google.com/site/kruyutsbw/5-4-porkaerm-thi-mi-phung-prasngkh

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น